"รุ่นที่ 1 สร้าง รุ่นที่ 2 สานต่อ รุ่นที่ 3 ทำลาย"
Last updated: 15 Jul 2026
29 Views

"รุ่นที่ 1 สร้าง รุ่นที่ 2 สานต่อ รุ่นที่ 3 ทำลาย"
ผมเชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินคำกล่าวนี้มาก่อน
แม้จะเป็นเพียงคำพูดที่ส่งต่อกันมา แต่ผมมองว่าเป็นข้อคิดที่ดี และเป็นคำเตือนใจสำหรับธุรกิจครอบครัวได้เป็นอย่างดี
ตลอดระยะเวลาที่ผมทำงานเป็นที่ปรึกษาด้านการบริหารองค์กร ผมมีโอกาสเข้าไปทำงานกับธุรกิจครอบครัวหลายแห่ง ทั้งขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ สิ่งที่พบเหมือนกันแทบทุกองค์กรก็คือ ความท้าทายไม่ได้อยู่ที่การสร้างธุรกิจ แต่กลับอยู่ที่ "การส่งต่อธุรกิจ" จากคนรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง
หลายองค์กรมีธุรกิจที่แข็งแรง มีลูกค้าที่ดี มีผลประกอบการที่เติบโต แต่เมื่อถึงช่วงเวลาที่ต้องส่งต่ออำนาจการบริหาร กลับเริ่มเกิดปัญหาที่ไม่เคยมีมาก่อน ทั้งความไม่ชัดเจนในการตัดสินใจ ความขัดแย้งระหว่างพี่น้อง การแบ่งหน้าที่ที่ไม่ลงตัว หรือแม้แต่การที่ผู้บริหารรุ่นใหม่ยังไม่พร้อมที่จะเข้ามารับผิดชอบธุรกิจ
จริง ๆ แล้ว ผมมองว่าเรื่องเหล่านี้สามารถป้องกันได้ หากองค์กรเริ่มวางแผนตั้งแต่วันที่ธุรกิจยังแข็งแรง ไม่ใช่รอจนถึงวันที่ต้องส่งมอบกิจการแล้วจึงค่อยเริ่มคิด
สิ่งแรกที่ควรทำ คือ การประกาศนโยบายการส่งต่อผู้บริหารให้ทุกคนรับทราบล่วงหน้า ว่าองค์กรมีแผนอย่างไร ใครจะเข้ามารับผิดชอบเมื่อไร และมีหลักเกณฑ์ในการส่งต่ออย่างไร เพราะความชัดเจนจะช่วยลดความกังวลและลดความขัดแย้งได้มาก
หลังจากนั้น ต้องกำหนดบทบาทและความรับผิดชอบของผู้บริหารรุ่นใหม่แต่ละคนให้ชัดเจน ใครรับผิดชอบด้านการตลาด ใครดูแลการผลิต ใครรับผิดชอบด้านการเงิน หรือทรัพยากรบุคคล ไม่ใช่ใช้คำว่า "ช่วยกันทำ" เพราะสุดท้ายแล้ว การช่วยกันทำทุกเรื่อง มักจะกลายเป็นไม่มีใครรับผิดชอบอย่างแท้จริง และอาจนำไปสู่ความเห็นที่ไม่ตรงกันในการบริหาร
อีกเรื่องหนึ่งที่ผมมักแนะนำลูกค้าเสมอ คือ การเปิดโอกาสให้ผู้บริหารมืออาชีพจากภายนอกเข้ามาเสริมทีม ผู้บริหารที่ไม่ได้เป็นสมาชิกครอบครัวสามารถนำความรู้ ประสบการณ์ และมุมมองใหม่ ๆ เข้ามาช่วยสร้างสมดุลในการบริหาร และยังเป็นพี่เลี้ยงที่ดีให้กับผู้บริหารรุ่นใหม่ได้อีกด้วย
สำหรับผู้บริหารรุ่นที่ 2 ผมเชื่อว่าทุกคนควรได้เรียนรู้งานจริง เริ่มต้นจากการลงมือทำเหมือนพนักงานคนหนึ่ง เข้าใจหน้างาน เข้าใจปัญหา และเรียนรู้จากผู้บริหารรุ่นที่ 1 ที่สะสมประสบการณ์มาหลายสิบปี เพราะไม่มีห้องเรียนไหนที่จะสอนธุรกิจของครอบครัวได้ดีเท่ากับการลงมือทำจริง
เมื่อธุรกิจเริ่มเติบโต การบริหารด้วยประสบการณ์เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป องค์กรจึงควรนำระบบการบริหารสมัยใหม่เข้ามาช่วย ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบโครงสร้างองค์กร การกำหนดบทบาทหน้าที่ ความรับผิดชอบ ระบบ KPI ระบบ Competency การวางแผนผู้สืบทอดตำแหน่ง หรือระบบบริหารผลการปฏิบัติงาน เพราะเมื่อทุกอย่างอยู่บนพื้นฐานของระบบ การบริหารก็จะไม่ขึ้นอยู่กับตัวบุคคลเพียงอย่างเดียว
อีกประเด็นหนึ่งที่ผมเห็นว่ามีความสำคัญมาก แต่หลายองค์กรกลับมองข้าม คือ Put the Right Man on the Right Job
หลายครอบครัวมีทายาทมากกว่าหนึ่งคน แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะเหมาะกับการบริหารงานในด้านเดียวกัน บางคนมีความสามารถด้านการเงิน บางคนมีความถนัดด้านการตลาด บางคนอาจเหมาะกับการดูแลโรงงาน หรือบางคนอาจมีศักยภาพในการขยายธุรกิจใหม่
สิ่งที่องค์กรควรให้ความสำคัญ คือ การพิจารณาความเหมาะสมของแต่ละคนตามความรู้ ความสามารถ ความถนัด และศักยภาพ มากกว่าการตัดสินว่า "ใครเข้ามาก่อนก็เลือกงานก่อน" เพราะการวางคนไม่เหมาะกับงาน ไม่เพียงส่งผลต่อประสิทธิภาพในการบริหาร แต่ยังอาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความขัดแย้งภายในครอบครัวในระยะยาว
สุดท้ายแล้ว ผมยังเชื่อว่า คำกล่าวที่ว่า "รุ่นที่ 1 สร้าง รุ่นที่ 2 สานต่อ รุ่นที่ 3 ทำลาย" ไม่ใช่เรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เป็นเพียงคำเตือนที่ทำให้เราเห็นความสำคัญของการเตรียมความพร้อมในการส่งต่อธุรกิจ
หากมีการวางแผนที่ดี มีระบบที่ชัดเจน และเตรียมผู้บริหารรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง ธุรกิจครอบครัวก็สามารถเติบโตและส่งต่อความสำเร็จจากรุ่นสู่รุ่นได้อย่างยั่งยืน
ที่ HRM Consulting เราเชื่อว่า การส่งต่อธุรกิจไม่ใช่เพียงการส่งมอบตำแหน่ง แต่คือการส่งต่อวิสัยทัศน์ ความรู้ ประสบการณ์ และระบบการบริหารให้กับคนรุ่นต่อไป
หากองค์กรของคุณกำลังอยู่ในช่วงเตรียมการส่งต่อผู้บริหาร หรือกำลังวางแผนสืบทอดธุรกิจครอบครัว ทีมงาน HRM Consulting พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยออกแบบโครงสร้างองค์กร พัฒนาผู้บริหาร วางระบบ Competency และ Succession Planning เพื่อให้การส่งต่อธุรกิจเป็นไปอย่างราบรื่น และสร้างความยั่งยืนให้กับองค์กรในระยะยาว
ผมเชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินคำกล่าวนี้มาก่อน
แม้จะเป็นเพียงคำพูดที่ส่งต่อกันมา แต่ผมมองว่าเป็นข้อคิดที่ดี และเป็นคำเตือนใจสำหรับธุรกิจครอบครัวได้เป็นอย่างดี
ตลอดระยะเวลาที่ผมทำงานเป็นที่ปรึกษาด้านการบริหารองค์กร ผมมีโอกาสเข้าไปทำงานกับธุรกิจครอบครัวหลายแห่ง ทั้งขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ สิ่งที่พบเหมือนกันแทบทุกองค์กรก็คือ ความท้าทายไม่ได้อยู่ที่การสร้างธุรกิจ แต่กลับอยู่ที่ "การส่งต่อธุรกิจ" จากคนรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง
หลายองค์กรมีธุรกิจที่แข็งแรง มีลูกค้าที่ดี มีผลประกอบการที่เติบโต แต่เมื่อถึงช่วงเวลาที่ต้องส่งต่ออำนาจการบริหาร กลับเริ่มเกิดปัญหาที่ไม่เคยมีมาก่อน ทั้งความไม่ชัดเจนในการตัดสินใจ ความขัดแย้งระหว่างพี่น้อง การแบ่งหน้าที่ที่ไม่ลงตัว หรือแม้แต่การที่ผู้บริหารรุ่นใหม่ยังไม่พร้อมที่จะเข้ามารับผิดชอบธุรกิจ
จริง ๆ แล้ว ผมมองว่าเรื่องเหล่านี้สามารถป้องกันได้ หากองค์กรเริ่มวางแผนตั้งแต่วันที่ธุรกิจยังแข็งแรง ไม่ใช่รอจนถึงวันที่ต้องส่งมอบกิจการแล้วจึงค่อยเริ่มคิด
สิ่งแรกที่ควรทำ คือ การประกาศนโยบายการส่งต่อผู้บริหารให้ทุกคนรับทราบล่วงหน้า ว่าองค์กรมีแผนอย่างไร ใครจะเข้ามารับผิดชอบเมื่อไร และมีหลักเกณฑ์ในการส่งต่ออย่างไร เพราะความชัดเจนจะช่วยลดความกังวลและลดความขัดแย้งได้มาก
หลังจากนั้น ต้องกำหนดบทบาทและความรับผิดชอบของผู้บริหารรุ่นใหม่แต่ละคนให้ชัดเจน ใครรับผิดชอบด้านการตลาด ใครดูแลการผลิต ใครรับผิดชอบด้านการเงิน หรือทรัพยากรบุคคล ไม่ใช่ใช้คำว่า "ช่วยกันทำ" เพราะสุดท้ายแล้ว การช่วยกันทำทุกเรื่อง มักจะกลายเป็นไม่มีใครรับผิดชอบอย่างแท้จริง และอาจนำไปสู่ความเห็นที่ไม่ตรงกันในการบริหาร
อีกเรื่องหนึ่งที่ผมมักแนะนำลูกค้าเสมอ คือ การเปิดโอกาสให้ผู้บริหารมืออาชีพจากภายนอกเข้ามาเสริมทีม ผู้บริหารที่ไม่ได้เป็นสมาชิกครอบครัวสามารถนำความรู้ ประสบการณ์ และมุมมองใหม่ ๆ เข้ามาช่วยสร้างสมดุลในการบริหาร และยังเป็นพี่เลี้ยงที่ดีให้กับผู้บริหารรุ่นใหม่ได้อีกด้วย
สำหรับผู้บริหารรุ่นที่ 2 ผมเชื่อว่าทุกคนควรได้เรียนรู้งานจริง เริ่มต้นจากการลงมือทำเหมือนพนักงานคนหนึ่ง เข้าใจหน้างาน เข้าใจปัญหา และเรียนรู้จากผู้บริหารรุ่นที่ 1 ที่สะสมประสบการณ์มาหลายสิบปี เพราะไม่มีห้องเรียนไหนที่จะสอนธุรกิจของครอบครัวได้ดีเท่ากับการลงมือทำจริง
เมื่อธุรกิจเริ่มเติบโต การบริหารด้วยประสบการณ์เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป องค์กรจึงควรนำระบบการบริหารสมัยใหม่เข้ามาช่วย ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบโครงสร้างองค์กร การกำหนดบทบาทหน้าที่ ความรับผิดชอบ ระบบ KPI ระบบ Competency การวางแผนผู้สืบทอดตำแหน่ง หรือระบบบริหารผลการปฏิบัติงาน เพราะเมื่อทุกอย่างอยู่บนพื้นฐานของระบบ การบริหารก็จะไม่ขึ้นอยู่กับตัวบุคคลเพียงอย่างเดียว
อีกประเด็นหนึ่งที่ผมเห็นว่ามีความสำคัญมาก แต่หลายองค์กรกลับมองข้าม คือ Put the Right Man on the Right Job
หลายครอบครัวมีทายาทมากกว่าหนึ่งคน แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะเหมาะกับการบริหารงานในด้านเดียวกัน บางคนมีความสามารถด้านการเงิน บางคนมีความถนัดด้านการตลาด บางคนอาจเหมาะกับการดูแลโรงงาน หรือบางคนอาจมีศักยภาพในการขยายธุรกิจใหม่
สิ่งที่องค์กรควรให้ความสำคัญ คือ การพิจารณาความเหมาะสมของแต่ละคนตามความรู้ ความสามารถ ความถนัด และศักยภาพ มากกว่าการตัดสินว่า "ใครเข้ามาก่อนก็เลือกงานก่อน" เพราะการวางคนไม่เหมาะกับงาน ไม่เพียงส่งผลต่อประสิทธิภาพในการบริหาร แต่ยังอาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความขัดแย้งภายในครอบครัวในระยะยาว
สุดท้ายแล้ว ผมยังเชื่อว่า คำกล่าวที่ว่า "รุ่นที่ 1 สร้าง รุ่นที่ 2 สานต่อ รุ่นที่ 3 ทำลาย" ไม่ใช่เรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เป็นเพียงคำเตือนที่ทำให้เราเห็นความสำคัญของการเตรียมความพร้อมในการส่งต่อธุรกิจ
หากมีการวางแผนที่ดี มีระบบที่ชัดเจน และเตรียมผู้บริหารรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง ธุรกิจครอบครัวก็สามารถเติบโตและส่งต่อความสำเร็จจากรุ่นสู่รุ่นได้อย่างยั่งยืน
ที่ HRM Consulting เราเชื่อว่า การส่งต่อธุรกิจไม่ใช่เพียงการส่งมอบตำแหน่ง แต่คือการส่งต่อวิสัยทัศน์ ความรู้ ประสบการณ์ และระบบการบริหารให้กับคนรุ่นต่อไป
หากองค์กรของคุณกำลังอยู่ในช่วงเตรียมการส่งต่อผู้บริหาร หรือกำลังวางแผนสืบทอดธุรกิจครอบครัว ทีมงาน HRM Consulting พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยออกแบบโครงสร้างองค์กร พัฒนาผู้บริหาร วางระบบ Competency และ Succession Planning เพื่อให้การส่งต่อธุรกิจเป็นไปอย่างราบรื่น และสร้างความยั่งยืนให้กับองค์กรในระยะยาว
Related Content
มุมมองจากการบริหารทรัพยากรมนุษย์ที่เชื่อมโยงกับผลลัพธ์ทางธุรกิจ
ในสถานการณ์เศรษฐกิจที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ไม่ว่าจะเป็นแรงกดดันจากต้นทุน การแข่งขันที่สูงขึ้น หรือการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี หลายองค์กรกำลังกลับมาทบทวนคำถามสำคัญว่า
“เราจะบริหารคนอย่างไร เพื่อให้ธุรกิจอยู่รอดและเติบโตได้อย่างยั่งยืน?”
22 May 2026
Executive Overview
ปี 2026 กำลังจะกลายเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญของโลกการทำงานและการบริหารทรัพยากรมนุษย์
ภายใต้บริบทเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวอย่างช้าแต่เปราะบาง อัตราเงินเฟ้อที่ยังทรงตัวสูง ความไม่แน่นอนทางการเมือง และการแข่งขันเชิงเทคโนโลยีที่ทวีความรุนแรง
องค์กรทั่วโลกต้องเผชิญกับความท้าทายใหม่ที่ไม่สามารถพึ่งพา “รูปแบบการบริหารคนแบบเดิม” ได้อีกต่อไป
บทบาทของฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ (HR) จึงกำลังเคลื่อนจาก “ฝ่ายสนับสนุน” (Support Function)
สู่ “กลไกขับเคลื่อนกลยุทธ์ธุรกิจ” (Strategic Value Driver)
โดยมีหน้าที่ไม่เพียงแต่ดูแลพนักงาน แต่ต้องเป็นผู้ขับเคลื่อนขีดความสามารถขององค์กร (Organizational Capability) ให้พร้อมแข่งขันในโลกที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
28 Nov 2025
เมื่อพูดถึงการดูแลสุขภาพ คนส่วนใหญ่มักเข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปีอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อให้ทราบถึงสภาพร่างกายของตนเองว่ามีความแข็งแรงเพียงใด หรือเริ่มมีสัญญาณของความเจ็บป่วยในด้านใดบ้าง ในมุมมองเดียวกัน “องค์กร” ก็เปรียบเสมือนสิ่งมีชีวิตที่ต้องได้รับการดูแลอย่างสม่ำเสมอ การเติบโตของธุรกิจไม่ได้ขึ้นอยู่กับผลประกอบการเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของระบบการบริหารจัดการ บุคลากร วัฒนธรรมองค์กร และสภาพแวดล้อมในการทำงานด้วย ดังนั้น การทำ Organizational Health Check หรือการตรวจสุขภาพองค์กร จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้องค์กรเข้าใจสภาพความเป็นจริงของตนเอง และสามารถพัฒนาได้อย่างตรงจุด
12 Jun 2026


